5 เมนูโดยนักกำหนดอาหาร

สำหรับผู้ป่วยติดเตียง

     ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง และผู้สูงอายุ บางคนอาจจะมีปัญหาด้านการเคี้ยว การกลืนอาหาร หรือระบบย่อยและดูดซึมอาหารร่วมด้วย ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ง่าย ดังนั้นการรับประทานอาหารของผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นสิ่งที่ผู้ดูแลควรให้ความสำคัญ ประเภทอาหารที่รับประทานจะต้องมีความอ่อนนุ่ม ย่อยง่าย และมีสารอาหารครบถ้วน

1. ไข่ตุ๋นผัก

ไข่ โปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ มีวิตามินบี 12 ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ ป้องกันโรคหัวใจ วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง 

แครอท สารเบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา มีใยอาหารสูง 

เนื้อปลาแซลมอน โอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม วิตามินดีช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis) 

ฟักทอง สารเบต้าแคโรนทีซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ทำหน้าที่บำรุงหลอดเลือด ต้านความเสื่อมของเซลล์ มีวิตามินซี ต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดมะเร็ง ใยอาหารสูง 

ต้นหอม ฟลาโวนอยด์และเควอซิทิน เป็นกลุ่มของสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันการอักเสบและป้องกันโรคภูมิแพ้ 

น้ำซุปกระดูกไก่ ใช้การต้มกระดูกไก่ประมาณ 24 ชั่วโมง มีกรดอะมิโนสูงซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายทำให้ร่างกายรู้สึกมีพลัง คอลลาเจนสูงช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยให้ข้อต่อต่าง ๆ หล่อลื่นไม่เจ็บ 

2. โจ๊กปลา

ข้าวไรซ์เอร์รี แกมมาโอไรซานอล ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเป็นปกติ ลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม มีวิตามินบี  1 จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคเหน็บชา

น้ำซุปกระดูกปลา มีดีเอชเอ เป็นสารอาหารที่จำเป็น ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้ จะต้องได้รับจากอาหาร มีบทบาทสำคัญในการบำรุงสมองและสายตา 

ขิง โชกาออลและจินเจอรอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของโพลีฟีนอล ให้กลิ่นฉุน รสเผ็ด สามารถยับยั้งอาการปวดและป้องกันการอักเสบได้ กระตุ้นความอยากอาหาร

ปลาเก๋า โปรตีนสูงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ไขมันต่ำ และเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย 

3. ซุปผักโขมและไก่ข้น

ผักโขม เหล็กมีหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง เสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง เพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย  แมกนีเซียมช่วยลดอาการแสบร้อนกลางอกจากภาวะอาหารไม่ย่อยได้ 

หอมหัวใหญ่ มีวิตามินซีสูง และยังมีสารอื่น ๆ เช่น สารเควอซิทิน เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคทีเรีย และไวรัส ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค

นม เป็นแหล่งของโปรตีน โดยโปรตีนในนมมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วนทุกชนิด วิตามินบี 12 สูง มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง แคลเซียมสูงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกบาง

น้ำซุปผัก การกินซุปช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น เพราะในซุปมีกรดอะมิโนบางตัวซึ่งเป็นโปรตีนที่ละลายอยู่ในน้ำ 

เนื้ออกไก่ โปรตีนสูงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย ไขมันต่ำ

4. ไอศกรีมโยเกิร์ตและผลไม้ปั่น

โยเกิร์ตธรรมาต ในการหมักโยเกิร์ตจะมีการใช้แบคทีเรียโดยเฉพาะในกลุ่มของแล็กโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ที่ย่อยน้ำตาลแลคโตสให้กลายเป็นกรดแลคติก ช่วยในการทำงานของระบบลำไส้ เพิ่มแบคทีเรียตัวดีที่มีอยู่ในลำไส้ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น ลดการเกิดท้องผูก และเมื่อแบคทีเรียในลำไส้ดีก็จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น มีแคลเซียมที่ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง

มะละกอสุก มีเอนไซม์ปาเปน และเส้นใยอาหารสูงช่วยในเรื่องการย่อยโปรตีนในร่างกาย ขจัดไขมันตามผนังของลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น 

กล้วย มีโพแทสเซียมสูง ช่วยป้องกันการเป็นตะคริว รักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายได้ อุดมไปด้วยใยอาหารซึ่งส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย 

มะม่วงสุก ใยอาหารสูง ช่วยดูดซึมน้ำ ทำให้อุจจาระนิ่มและเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น มีวิตามินซีสูงจำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยดูดซึมเหล็ก มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูกอีกด้วย 

5. ถั่วกวน

ถั่วเขียว ในถั่วเขียวมีโปรตีนที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์แต่ไขมันน้อยมากและไม่มีคอเลสเตอรอล มีใยอาหารสูงช่วยดูดซึมไขมันและน้ำตาลได้ โฟเลตกระตุ้นความอยากอาหาร มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือด และช่วยให้เม็ดเลือดมีความแข็งแรงมากขึ้นจึงสามารถป้องกันโรคโลหิตจางได้  

หัวกะทิหรือใช้กะทิธัญพืช กะทิมีแร่ธาตุฟอสฟอรัสช่วยเผาผลาญไขมัน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย  กะทิธัญพืชมีวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างให้เซลล์แข็งแรง  

น้ำใบเตย สารฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของโพลีฟีนอลช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

SHARE